หลังจากรอคอยมานานกว่า 50 ปี ในที่สุด อาร์เจนตินา ก็ได้เป็นเจ้าภาพจัดฟุตบอลโลกกับเขาเสียที โดยได้รับการโหวตตั้งแต่ปี 1966 ซึ่งหากมีการโหวตช้ากว่านี้ พวกเขาอาจจะไม่ได้เป็นเจ้าภาพเลยด้วยซ้ำ เพราะประเทศเพิ่งเจอรัฐประหารก่อนฟุตบอลโลก 1978 เริ่มต้น 2 ปี

อย่างไรก็ตาม การรัฐประหารของ อาร์เจนตินา เกิดผลเสียอยู่ดี เมื่อ โยฮันน์ ครัฟฟ์ ยอดดาวเตะดัตช์ ผู้มีจุดยืนทางการเมืองรุนแรง ตัดสินใจบอยคอตไม่ร่วมทีมมาแข่งขันฟุตบอลโลก 1978 ซึ่งส่งผลกระทบต่อ ฮอลแลนด์ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นอกจากนี้ ศึกฟุตบอลโลก 1978 เป็นอีกครั้งที่ขาดชาติมหาอำนาจไปหลายราย เพราะทั้ง อังกฤษ, เบลเยียม, เชโกสโลวาเกีย (แชมป์ยุโรปปีล่าสุด) และ สหภาพโซเวียต ร่วงตกรอบคัดเลือกไป แต่ก็มีน้องใหม่อย่าง โบลิเวีย, อิหร่าน และ ตูนิเซีย เข้ามาสร้างสีสัน

นั่นทำให้ในฟุตบอลโลก 1978 รอบสุดท้าย เราได้เห็นทีมอย่าง อิหร่าน, ตูนิเซีย, เม็กซิโก, บราซิล, เปรู, ออสเตรีย, ฝรั่งเศส, ฮังการี, อิตาลี, ฮอลแลนด์, โปแลนด์, สกอตแลนด์, สเปน และ สวีเดน ตามไปสมทบกับเจ้าภาพ อาร์เจนตินา และแชมป์เก่า เยอรมันตะวันตก

กระนั้นแม้รายชื่อทีมที่เข้าร่วมศึกฟุตบอลโลก 1978 จะน่าสนใจ แต่ตั้งแต่เริ่มแข่งขันก็มีความไม่ชอบพามากลของเกมการเมือง โดยเฉพาะเจ้าภาพ อาร์เจนตินา ที่จัดโปรแกรมลงสนามของตัวเองให้เตะหลังทีมอื่นตลอด เพื่อให้สามารถเลือกผลการแข่งขันได้นั่นเอง

นอกจากนี้ กุนซือทีมชาติอาร์เจนตินา อย่าง เซซาร์ หลุยส์ เมน็อตติ ยังสร้างความงุนงงให้กับแฟนบอล ด้วยการตัดชื่อดาวรุ่งวัย 17 ปี ที่โชว์ฟอร์มได้ดีที่สุดในลีก อย่าง ดิเอโก้ มาราโดน่า ออกจากทีม เนื่องจากมองว่าอายุน้อยเกินไป

ทว่าท้ายที่สุด เมน็อตติ ก็ยังนำ อาร์เจนตินา ที่ไร้เงา มาราโดน่า กรุยทางไปสู่นัดชิงชนะเลิศได้สำเร็จ โดยมีคู่ต่อกรเป็น ฮอลแลนด์ ที่แม้จะไร้เงา ครัฟฟ์ แต่ยังมี ร็อบ เรนเซนบริงค์, โยฮัน นีสเก้นส์ และ รุด ครอล เป็นแกนหลัก

เกมนัดชิงชนะเลิศที่เอสตาดิโอ โมนูเมนตัล ในกรุงบัวโนส ไอเรส เต็มไปด้วยความดุเดือดตั้งแต่ยังไม่เริ่มเกม เมื่อทาง ฮอลแลนด์ กล่าวหาว่า อาร์เจนตินา ถ่วงเวลาเริ่มการแข่งขัน เพื่อสร้างอารมณ์เดือดดาลให้แฟนบอลในสนาม

นั่นทำให้เกมที่เอสตาดิโอ โมนูเมนตัล เต็มไปด้วยการปะทะกันอย่างหนักหน่วง ก่อนจะเป็น มาริโอ แคมเปส ยิงให้ อาร์เจนตินา ออกนำ 1-0 ในนาทีที่ 38 แต่ ฮอลแลนด์ ก็ไล่ตามตีเสมอได้ 1-1 ในนาทีที่ 82 จากตัวสำรอง ดิ๊ค นานกิงก้า ทำให้ต้องต่อเวลาพิเศษออกไป

ซึ่งในช่วงต่อเวลาพิเศษอีก 30 นาที เป็น อาร์เจนตินา ที่ครองเกมได้แบบเบ็ดเสร็จเด็ด สุดท้ายปิดเกมด้วยชัยชนะ 3-1 จากประตูของ มาริโอ แคมเปส ในนาทีที่ 105 และ ดาเนียล แบร์โตนี่ ในนาทีที่ 115 คว้าแชมป์โลกสมัยแรกมาครองอย่างยิ่งใหญ่

 

สรุปผลฟุตบอลโลก 1978

แชมป์ : อาร์เจนตินา

รองแชมป์ : ฮอลแลนด์

อันดับ 3 : บราซิล

อันดับ 4 : อิตาลี

แฟร์เพลย์ : อาร์เจนตินา

ดาวซัลโว : มาริโอ แคมเปส (อาร์เจนตินา) 6 ประตู

นักเตะยอดเยี่ยม : มาริโอ แคมเปส (อาร์เจนตินา)

ดาวรุ่งยอดเยี่ยม : อันโตนิโอ คาบรินี่ (อิตาลี)

ยอดผู้ชม : 1,545,791 คน เฉลี่ย 40,679 คนต่อเกม

จำนวนแมตช์ : 38

จำนวนประตู : 102 ประตู เฉลี่ย 2.68 ประตูต่อเกม

 

ทีมยอดเยี่ยม

ผู้รักษาประตู : อูบัลโด้ ฟิลลอล (อาร์เจนตินา)

กองหลัง : ดาเนียล พาสซาเรลล่า, อัลแบร์โต้ ตารันตินี่ (อาร์เจนตินา), แบร์ตี้ โฟ๊กต์ (เยอรมันตะวันตก), รุด ครอล (ฮอลแลนด์)

กองกลาง : ร็อบ เรนเซนบริงค์ (ฮอลแลนด์), เตโอฟิโล่ คูบิญาส (เปรู), ดีร์ซู (บราซิล)

กองหน้า : โรแบร์โต้ เบ็ตเตก้า, เปาโล รอสซี่ (อิตาลี), มาริโอ แคมเปส (อาร์เจนตินา)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *